โปรแกรมฟิลเลอร์

โปรแกรมฟิลเลอร์--(2)

ฟิลเลอร์ (Filler) คืออะไร?

ฟิลเลอร์เป็นสารเติมเต็มประเภทไฮยาลูโรนิค แอซิด (Hyaluronic Acid: HA) ที่ช่วยเพิ่มความชุ่มชื้น เติมเต็มร่องลึก และปรับรูปหน้าให้ได้สัดส่วนมากขึ้น เหมาะสำหรับผู้ที่ต้องการแก้ไขปัญหาผิวที่ขาดความเต่งตึง หรือปรับโครงหน้าให้ดูสมส่วนอย่างเป็นธรรมชาติ

ประโยชน์ของโปรแกรมฟิลเลอร์
  • เติมเต็มริ้วรอยให้ตื้นขึ้น ช่วยให้ผิวเรียบเนียน

  • ปรับรูปหน้า เช่น เติมขมับให้เต็มขึ้น แก้มส้มให้ดูสดใส คางให้เรียวขึ้น

  • เห็นผลทันทีหลังฉีด ไม่ต้องพักฟื้น

  • สามารถสลายได้เองตามธรรมชาติ

ฟิลเลอร์ที่ฉีดควรเป็นฟิลเลอร์แท้ที่ได้รับมาตรฐาน เพื่อความปลอดภัยและผลลัพธ์ที่ดูเป็นธรรมชาติ

โปรแกรมฟิลเลอร์--(1)

โปรแกรมฟิลเลอร์สามารถฉีดจุดไหนได้บ้าง?

ฟิลเลอร์ (Filler) เป็นสารเติมเต็มประเภท ไฮยาลูโรนิค แอซิด (Hyaluronic Acid: HA) ที่ช่วยเติมเต็มร่องลึก ปรับรูปหน้าให้สมส่วน และคืนความอ่อนเยาว์ให้ผิวได้อย่างเป็นธรรมชาติ โดยสามารถฉีดได้ในหลายบริเวณดังนี้

ปาก

  • เติมเต็มริมฝีปากให้อวบอิ่ม ปรับทรงปากให้ได้รูปสวย

  • แก้ปัญหาปากบาง ปากไม่สมดุล หรือมุมปากตก

  • สามารถฉีดเพื่อให้ปากกระจับ หรือยกมุมปากขึ้นเล็กน้อย

ใต้ตา

  • แก้ปัญหาใต้ตาลึก ขอบตาดำ และถุงใต้ตา

  • ทำให้ใต้ตาดูสดใส ลดความหมองคล้ำ

  • เติมเต็มร่องลึกช่วยให้หน้าดูเด็กลง

โปรแกรมฟิลเลอร์--(1)

โปรแกรมฟิลเลอร์--(3)

คาง

  • เหมาะสำหรับคนที่มีคางสั้น คางตัด หน้ากลม

  • ช่วยปรับคางให้ยาวขึ้น ทำให้ใบหน้าดูเรียวได้รูป

  • ไม่ต้องผ่าตัด และไม่ต้องพักฟื้น

ขมับ

  • เติมขมับที่ตอบให้เต็มขึ้น

  • ช่วยพรางโหนกแก้มให้ดูละมุนขึ้น

  • ยกผิวบริเวณหางตาและหางคิ้วให้ดูสดใสขึ้น

ร่องแก้ม

  • เติมเต็มร่องแก้มที่ลึก

  • ป้องกันการเกิดร่องแก้มลึกก่อนวัย

โปรแกรมฟิลเลอร์--(4)

ร่องน้ำหมาก

  • ช่วยเติมเต็มร่องน้ำหมากที่ทำให้มุมปากตก

  • ทำให้ใบหน้าดูสดใสขึ้น ลดความหย่อนคล้อย

แก้มส้ม

  • เติมเต็มบริเวณแก้มส้ม ให้ใบหน้าดูมีมิติและสดใส

  • นิยมฉีดคู่กับฟิลเลอร์ใต้ตาเพื่อให้ผลลัพธ์ชัดเจนยิ่งขึ้น

กรอบหน้า

  • ฉีดบริเวณสันกรามและกรอบหน้าเพื่อให้ใบหน้าคมชัดขึ้น

  • เหมาะสำหรับคนที่ต้องการให้กรอบหน้าชัดและดูมีมิติ

โปรแกรมฟิลเลอร์--(4)

ปริมาณฟิลเลอร์ที่ใช้ในแต่ละจุด

ปริมาณฟิลเลอร์ที่ใช้ในแต่ละตำแหน่งขึ้นอยู่กับปัญหาเฉพาะบุคคลและการประเมินของแพทย์ โดยทั่วไป ปริมาณเฉลี่ยที่แนะนำมีดังนี้

  • ฟิลเลอร์ปาก – 1 cc

  • ฟิลเลอร์ใต้ตา – 1-2 cc

  • ฟิลเลอร์คาง – 1-2 cc

  • ฟิลเลอร์ขมับ – 1-2 cc ต่อข้าง

  • ฟิลเลอร์ร่องแก้ม – 1-2 cc

  • ฟิลเลอร์ร่องน้ำหมาก – 1-2 cc

  • ฟิลเลอร์แก้มส้ม – 1-2 cc

  • ฟิลเลอร์กรอบหน้า – 2-4 cc

การเติมฟิลเลอร์ให้ได้ผลลัพธ์ที่ดีที่สุดควรปรึกษาแพทย์ก่อนฉีดเสมอ

เติมฟิลเลอร์กี่วันเห็นผล? กี่วันเข้าที่?

โปรแกรมฟิลเลอร์เป็นหัตถการที่ให้ผลลัพธ์ทันทีหลังฉีด แต่อาจมีอาการบวมเล็กน้อยในช่วง 4-5 วันแรก โดยอาการบวมช้ำจะค่อยๆ ดีขึ้นและฟิลเลอร์จะเข้าที่สมบูรณ์ภายใน 7-14 วัน

เคล็ดลับช่วยให้ฟิลเลอร์เข้าที่เร็วขึ้น:
  • ดื่มน้ำมากๆ เพราะฟิลเลอร์เป็นสารอุ้มน้ำ การดื่มน้ำช่วยให้ฟิลเลอร์ฟูและเข้ารูปได้ดีขึ้น

  • หลีกเลี่ยงการนวดหรือกดแรงๆ บริเวณที่ฉีด

  • งดการทำหัตถการที่ใช้ความร้อนสูง เช่น ซาวน่า เลเซอร์ RF หรืออัลตร้าซาวด์ใบหน้า

เติมฟิลเลอร์อยู่ได้นานแค่ไหน?

อายุของฟิลเลอร์ขึ้นอยู่กับหลายปัจจัย ได้แก่

1. ตำแหน่งที่ฉีด

  • บริเวณที่ขยับบ่อย เช่น ปาก และร่องแก้ม ฟิลเลอร์จะสลายเร็วกว่า (ประมาณ 6-12 เดือน)

  • บริเวณที่ขยับน้อย เช่น ขมับ คาง กรอบหน้า ฟิลเลอร์จะอยู่ได้นานกว่า (ประมาณ 12-18 เดือน)

2. ชนิดและยี่ห้อของฟิลเลอร์

  • ฟิลเลอร์ที่มีโมเลกุลใหญ่ เนื้อแข็ง มักอยู่ได้นานกว่าฟิลเลอร์เนื้อนิ่ม

3. การดูแลตัวเองหลังฉีด

  • หลีกเลี่ยงแสงแดดจัดและความร้อนสูง เช่น อบไอน้ำ ซาวน่า

  • ไม่สัมผัสหรือกดนวดบริเวณที่ฉีดแรงๆ

โดยเฉลี่ย ฟิลเลอร์แท้ (Hyaluronic Acid - HA) จะอยู่ได้นาน 6-18 เดือน ขึ้นอยู่กับบริเวณที่ฉีดและการดูแลหลังฉีด

หากต้องการผลลัพธ์ที่ดีที่สุด ควรปรึกษาแพทย์ก่อนเข้ารับหัตถการทุกครั้งเพื่อความปลอดภัย 😊

วิธีเตรียมตัวก่อนเข้ารับหัตถการ

หากต้องการผลลัพธ์ที่ดีที่สุด ควรปรึกษาแพทย์ก่อนเข้ารับหัตถการทุกครั้งเพื่อความปลอดภัย 😊

วิธีเตรียมตัวก่อนเข้ารับหัตถการ
  • ศึกษาข้อมูลฟิลเลอร์: ควรทำความเข้าใจเกี่ยวกับฟิลเลอร์แต่ละประเภท เช่น จุดเด่นของแต่ละรุ่นหรือยี่ห้อ เพื่อเลือกใช้ฟิลเลอร์ที่เหมาะสมกับความต้องการของเรา

  • เลือกคลินิกที่เชื่อถือได้: ควรเลือกคลินิกที่มีการนำเข้าฟิลเลอร์จากบริษัทที่จัดจำหน่ายโดยตรง เพื่อให้มั่นใจว่าฟิลเลอร์ที่ใช้เป็นของแท้

  • เลือกแพทย์ที่มีประสบการณ์: แพทย์ที่ทำหัตถการควรมีประสบการณ์ และมีใบประกอบวิชาชีพเวชกรรมที่สามารถตรวจสอบได้

  • แจ้งประวัติสุขภาพ: ก่อนเข้ารับหัตถการควรแจ้งประวัติการเติมฟิลเลอร์หรือการทำศัลยกรรมที่เคยมี, การแพ้ยา, ยาที่ทานเป็นประจำ, โรคประจำตัว รวมถึงภาวะการตั้งครรภ์ (ถ้ามี) ให้แพทย์ทราบ เพื่อประเมินความเสี่ยง

  • งดทานวิตามินและอาหารเสริมบางชนิด: ควรงดการทานวิตามิน C, E หรืออาหารเสริมที่มีฤทธิ์ช่วยในการไหลเวียนโลหิต ก่อนเติมฟิลเลอร์ประมาณ 2 สัปดาห์ เนื่องจากอาจทำให้เกิดรอยช้ำได้ง่าย

  • หลีกเลี่ยงการทำหัตถการอื่นๆ: หากมีการทำหัตถการเช่น นวดหน้า เลเซอร์ ควรทำให้เสร็จสิ้นก่อนเข้ารับหัตถการ

การดูแลหลังเข้ารับหัตถการ
  • หลีกเลี่ยงการนวดหรือกด: งดการนวด กด หรือแกะเกาที่บริเวณที่เติมฟิลเลอร์ เพราะอาจทำให้ฟิลเลอร์เสียรูปทรง

  • หลีกเลี่ยงแอลกอฮอล์และการออกกำลังกายหนัก: ควรหลีกเลี่ยงการดื่มแอลกอฮอล์และการออกกำลังกายหนักใน 4-5 วันแรกหลังการฉีด เพราะอาจทำให้เกิดอาการบวมและช้ำได้ง่ายขึ้น

  • ดื่มน้ำสม่ำเสมอ: การดื่มน้ำอย่างพอเหมาะจะช่วยให้ฟิลเลอร์ทำงานได้ดีขึ้น และทำให้ผลลัพธ์ดูเป็นธรรมชาติ

  • หลีกเลี่ยงการอยู่ในที่ร้อนสูง: ควรหลีกเลี่ยงการทำซาวน่าและอบไอน้ำใน 14 วันหลังการฉีด

  • ดูแลอาการเขียวช้ำ: ถ้ามีอาการเขียวช้ำจะค่อยๆ ดีขึ้นภายใน 7-14 วัน ซึ่งถือว่าเป็นอาการปกติไม่อันตราย