โบท็อกคืออะไร
โบท็อก (Botox) คือ การฉีดสาร Botulinum toxin type A ซึ่งมีฤทธิ์คลายกล้ามเนื้อเฉพาะบริเวณ ทำให้มัดกล้ามที่มีขนาดใหญ่ คลายตัวลง นิยมนำมาใช้ฉีดเสริมความงาม เช่น ฉีดลดกรามเพื่อปรับรูปหน้าให้เล็กลงและเรียวขึ้น ฉีดลดริ้วรอยเพื่อป้องกันการเกิดรอยพับของกล้ามเนื้อจากการแสดงสีหน้า ฉีดกรามเพื่อให้กล้ามเนื้อกรามเล็กลง หรือใช้ฉีดเพื่อลดการหดเกร็งของบ่าและน่อง
กระบวนการทำงานของโบท็อกซ์
โบท็อกซ์ที่ใช้สำหรับฉีดเป็นสารเหลวใส เมื่อฉีดเข้าสู่กล้ามเนื้อ ตัวยาจะถูกดูดซึมและออกฤทธิ์ที่ปลายเซลล์ประสาทของกล้ามเนื้อ โดยโบท็อกซ์จะยับยั้งการหลั่งของสารสื่อประสาท อะเซทิลโคลีน (Acetylcholine) ซึ่งมีหน้าที่กระตุ้นการหดตัวของกล้ามเนื้อ
เมื่อสารสื่อประสาทถูกยับยั้ง กล้ามเนื้อที่ได้รับการฉีดจะคลายตัวลง ทำให้ดูนิ่มขึ้นและเคลื่อนไหวได้น้อยลง ส่งผลให้ริ้วรอยลดเลือนลง ผิวดูเรียบเนียนและกระชับขึ้น โบท็อกซ์จะออกฤทธิ์เฉพาะในบริเวณที่ฉีดเท่านั้น โดยไม่ส่งผลกระทบต่อกล้ามเนื้อมัดอื่นที่อยู่โดยรอบ
ร่างกายจะค่อย ๆ กำจัดโมเลกุลของโบท็อกซ์ไปตามธรรมชาติ โดยฤทธิ์ของตัวยาจะคงอยู่ได้นานประมาณ 4-6 เดือน หลังจากนั้น กล้ามเนื้อจะค่อย ๆ กลับมาทำงานตามปกติ และสามารถฉีดซ้ำได้หากต้องการรักษาผลลัพธ์อย่างต่อเนื่อง
โบท็อกซ์ฉีดตรงไหนได้บ้าง? รวมจุดฉีดโบท็อกซ์และผลลัพธ์ที่ได้
โบท็อกซ์ (Botulinum Toxin) สามารถฉีดได้ในหลายจุดของร่างกาย ขึ้นอยู่กับวัตถุประสงค์ในการฉีด ไม่ว่าจะเป็นการปรับรูปหน้า ลดเลือนริ้วรอย หรือคลายกล้ามเนื้อ โดยแต่ละตำแหน่งให้ผลลัพธ์ที่แตกต่างกัน ดังนี้
โบท็อกซ์บริเวณใบหน้า
โบท็อกซ์กราม
เหมาะสำหรับผู้ที่มีกรามใหญ่จากกล้ามเนื้อ ทำให้ใบหน้าดูเหลี่ยมและกว้าง การฉีดโบท็อกซ์ช่วยลดขนาดกล้ามเนื้อกราม ทำให้กรามเล็กลง หน้าเรียวขึ้น นิยมฉีดควบคู่กับ โบท็อกซ์ลิฟต์กรอบหน้า เพื่อเพิ่มความกระชับ
โบท็อกซ์ลิฟต์กรอบหน้า
ช่วยยกกระชับใบหน้าให้ดูคมชัดขึ้น โดยฉีดบริเวณกรอบหน้าและแนวขากรรไกร ลดความหย่อนคล้อย ทำให้ใบหน้าดูมีมิติและได้รูปมากขึ้น
โบท็อกซ์หน้าผาก
ช่วยลดริ้วรอยบริเวณหน้าผากที่เกิดจากการแสดงสีหน้า เช่น การขมวดคิ้วหรือเลิกคิ้ว ทำให้หน้าผากเรียบเนียน และดูอ่อนเยาว์ขึ้น
โบท็อกซ์ระหว่างคิ้ว
ช่วยลดรอยขมวดคิ้วที่ทำให้ใบหน้าดูเคร่งเครียด หรือดุดัน ทำให้ใบหน้าดูสดใสและอ่อนโยนขึ้น
โบท็อกซ์หางตา (ตีนกา)
ช่วยลดเลือนริ้วรอยบริเวณหางตาที่เกิดจากการยิ้ม หรือการแสดงสีหน้าซ้ำ ๆ ทำให้ดวงตาดูสดใสและอ่อนวัยขึ้น
โบท็อกซ์ปีกจมูก
ช่วยลดการขยายตัวของปีกจมูกเวลายิ้มหรือพูด ทำให้จมูกดูเรียวขึ้น เหมาะสำหรับผู้ที่รู้สึกว่าปีกจมูกกว้างหรือบานเมื่อแสดงสีหน้า
โบท็อกซ์รัดแกนจมูก
ช่วยให้สันจมูกดูคมชัดขึ้นและลดรอยย่นบนสันจมูกเวลาขยับหน้า นิยมฉีดควบคู่กับโบท็อกซ์ปีกจมูกเพื่อให้รูปจมูกสวยเป็นธรรมชาติ
โบท็อกซ์คาง
ช่วยลดคางบุ๋ม หรือคางเป็นลอนคลื่นจากการทำงานของกล้ามเนื้อ ทำให้คางดูเรียบเนียนขึ้น
โบท็อกซ์บริเวณลำตัวและกล้ามเนื้อขนาดใหญ่
โบท็อกซ์น่อง
เหมาะสำหรับผู้ที่มีกล้ามเนื้อน่องขนาดใหญ่ ทำให้ขาดูเรียวเล็กขึ้น โดยเฉพาะในผู้ที่ต้องการขาเรียวแบบธรรมชาติ
โบท็อกซ์บ่า
ช่วยลดความเมื่อยล้าและอาการปวดบริเวณคอ บ่า ไหล่ ที่เกิดจากการทำงานหนัก หรือท่าทางที่ไม่เหมาะสม นอกจากนี้ยังทำให้ลำคอดูเรียวยาวขึ้น
โบท็อกซ์ไมเกรน (ศีรษะและท้ายทอย)
ช่วยบรรเทาอาการปวดศีรษะจากไมเกรน ซึ่งเกิดจากการหดเกร็งของกล้ามเนื้อบริเวณศีรษะและท้ายทอย
โบท็อกซ์รักแร้
ช่วยลดเหงื่อและกลิ่นตัว สำหรับผู้ที่มีเหงื่อออกมากผิดปกติ (Hyperhidrosis) โดยตัวยาจะเข้าไปยับยั้งการทำงานของต่อมเหงื่อ ช่วยให้รักแร้แห้งสบายขึ้น
โบท็อกซ์ฝ่ามือ
เหมาะสำหรับผู้ที่มีปัญหาเหงื่อออกมือมากเกินไป การฉีดโบท็อกซ์ช่วยลดเหงื่อและป้องกันปัญหาฝ่ามือเปียก
โบท็อกซ์ฝ่าเท้า
ช่วยลดปัญหาเหงื่อออกมากที่เท้า ซึ่งอาจเป็นสาเหตุของกลิ่นไม่พึงประสงค์
โบท็อกซ์ลำคอ
ช่วยลดริ้วรอยบริเวณลำคอ ทำให้ผิวกระชับและดูเรียบเนียนขึ้น
สรุป
โบท็อกซ์สามารถฉีดได้หลายบริเวณ ทั้งใบหน้าและลำตัว โดยขึ้นอยู่กับปัญหาที่ต้องการแก้ไข เช่น ลดริ้วรอย ปรับรูปหน้า ลดขนาดกล้ามเนื้อ หรือบรรเทาอาการปวดกล้ามเนื้อ ควรเข้ารับคำปรึกษาจากแพทย์ก่อนฉีดเพื่อให้ได้ผลลัพธ์ที่ปลอดภัยและเหมาะสมกับแต่ละบุคคล
ข้อควรรู้ก่อนและหลังฉีดโบท็อก เพื่อผลลัพธ์ที่ดีที่สุด
ก่อนฉีดโบท็อก
แจ้งข้อมูลสุขภาพกับแพทย์ หากมีโรคประจำตัว หรือกำลังใช้ยารักษาโรค ควรแจ้งให้แพทย์ทราบล่วงหน้า
เลือกคลินิกที่ได้มาตรฐาน ควรฉีดโบท็อกกับแพทย์ที่มีประสบการณ์และใช้ผลิตภัณฑ์ที่ผ่านมาตรฐาน อย.
งดยาที่มีผลต่อการแข็งตัวของเลือด หลีกเลี่ยงการใช้ยาและอาหารเสริม เช่น แอสไพริน, วิตามินอี, น้ำมันปลา (Fish Oil) อย่างน้อย 7 วันก่อนฉีด เพื่อลดความเสี่ยงต่อรอยช้ำ
งดแอลกอฮอล์และบุหรี่ ควรงด 1-2 วันก่อนฉีด เพื่อลดอาการบวมและรอยช้ำ
เตรียมตัวหากกลัวเข็มหรือเจ็บง่าย สามารถเลือกคลินิกที่มีบริการแปะยาชาหรือประคบเย็นก่อนฉีดเพื่อช่วยลดความเจ็บ
หลังฉีดโบท็อก
4 ชั่วโมงแรก ห้ามนอนราบหรือนอนตะแคง
เพื่อป้องกันไม่ให้ตัวยาเคลื่อนที่ไปยังบริเวณที่ไม่ต้องการ
กระตุ้นการกระจายตัวของตัวยา (สำหรับโบท็อกกราม)
ควรเคี้ยวหมากฝรั่ง 15 นาที หลังฉีดเพื่อช่วยให้ตัวยาออกฤทธิ์ได้ดีขึ้น
หลีกเลี่ยงการแต่งหน้า
ควรงดแต่งหน้า 4-6 ชั่วโมงแรก เพื่อป้องกันสิ่งสกปรกอุดตันบริเวณที่ฉีด
หลีกเลี่ยงกิจกรรมที่ทำให้เลือดไหลเวียนเร็ว
งดออกกำลังกายหนัก ภายใน 24 ชั่วโมงแรก, งดแอลกอฮอล์และคาเฟอีน แม้ว่าจะไม่มีผลต่อโบท็อกโดยตรง แต่สามารถทำให้รอยช้ำหายช้าลง
งดสัมผัสหน้าหรือทำหัตถการที่รุนแรง
หลีกเลี่ยงการกด นวดหน้า ใช้เครื่องล้างหน้าแรงๆ สครับหน้า หรือทำสปาหน้า ภายใน 2 สัปดาห์แรก
เลี่ยงความร้อนสูงที่สัมผัสใบหน้าโดยตรง
หลีกเลี่ยง เลเซอร์ อบซาวน่า หรือกิจกรรมที่ทำให้ผิวโดนความร้อนโดยตรง ภายใน 2 สัปดาห์แรก เพื่อให้โบท็อกออกฤทธิ์เต็มที่, สามารถอาบน้ำอุ่น เป่าผม และรับประทานอาหารอุ่นได้ตามปกติ
สรุป
การปฏิบัติตัวก่อนและหลังฉีดโบท็อกอย่างถูกต้อง จะช่วยให้ได้ผลลัพธ์ที่ดีขึ้น ลดโอกาสเกิดผลข้างเคียง และช่วยให้โบท็อกออกฤทธิ์ได้อย่างเต็มประสิทธิภาพ 💉✨
โบท็อกซ์ – ตัวช่วยลดริ้วรอยและปรับรูปหน้าอย่างเป็นธรรมชาติ
โบท็อกซ์เป็นโปรแกรมความงามยอดนิยมในไทย ด้วยคุณสมบัติช่วยลดริ้วรอย กระชับรูขุมขน และปรับรูปหน้าให้ดูเรียวขึ้นอย่างเป็นธรรมชาติ เห็นผลรวดเร็วโดยไม่ต้องผ่าตัด เหมาะสำหรับผู้ที่ต้องการลดกราม ลดริ้วรอย หรือแก้ไขจุดบกพร่องบนใบหน้าเพื่อเสริมความมั่นใจ
สนใจฉีดโบท็อกซ์?
ไม่ว่าจะเป็น โบท็อกลดริ้วรอย, ลิฟต์กรอบหน้า หรือปรับรูปหน้า สามารถเข้ารับคำปรึกษาและประเมินใบหน้าฟรีที่ Dahlia Clinic ทุกสาขา เราให้บริการโดยทีมแพทย์ผู้เชี่ยวชาญ พร้อมติดตามผลหลังฉีด และใช้โบท็อกแท้จากบริษัทยาชั้นนำระดับโลก
มั่นใจ ปลอดภัย ได้ผลลัพธ์ที่เป็นธรรมชาติ